ไพ่แบล็คแจ็ค

ไพ่แบล็คแจ็ค เกมคาสิโนยอดฮิต

ไพ่แบล็คแจ็ค

สำหรับการเล่น ไพ่แบล็คแจ็ค เป็นที่รู้จักกันอย่างดี เพราะเป็นการเล่นแบล็คแจ็คแบบทั่วๆไป ซึ่งอย่างที่รู้ว่าปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมเอามากๆ เพราะเป็นเกมที่เล่นง่านใช้เวลาน้อย เหมาะสำหรับคนที่ชอบกระชับเวลา

เกมแบล็คแจ็คนั้นสามารถหาเล่นได้ตามเว็บไซต์พนันออนไลน์ต่างๆได้เลย ซึ่งถูกใจผู้เดิมพันหลายๆท่าน เป็นอย่างมาก ซึ่งตั้งแต่มีเกมแบล็คแจ็ค เกิดขึ้นก็มีผู้คนให้ความสนใจ และเล่นเป็นจำนวนมาก ถือว่าฮิตกันทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็อย่างที่กล่าวไว้นั้นว่าเกมแบล็คแจ็ค

นั้นมีกติกาการเล่นที่ง่ายมากๆ เพียงแค่นับจำนวนแต้มของไพ่ หากผู้ได มีแต้มถึง 21 แต้มหรือใกล้เคียง 21 แต้มมากที่สุด ก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะไปทันทีและหากผู้ไดมีแต้มไพ่เกิน 21 แต้มขึ้นไป ก็จะถูกปรับแพ้ไปทันทีเช่นกันโดยทั่วไปกฎหรือ กติการของการเล่นเกมแบล็คแจ็คนั้นจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่

ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแบล็คแจ็ค ตามบ่อนคาสิโนหรือการเล่นแบล็คแจ็คตามเว็บออนไลน์ต่างๆ แต่อาจจะมีการตกลงกันเอง ซึ่งนั่นก็แล้วแต่เจ้ามือ หรือเว็บไซต์ เป็นตัวกำหนด ซึ่งผู้เล่นจะต้องอ่านกฎและกติกาก่อนเข้าเล่นเสมอ เพื่อไม่ให้เสียผลประโยชน์ และรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวผู้เล่นเอง

วิธีเล่นและการนับแต้มแบล็คแจ็ค

ไพ่แบล็คแจ็ค

1.ต้องมีผู้เล่นตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป

2.ผู้เลงเดิมพัน ต้องวางเงินเดิมพันในช่องสี่เหลี่ยมในกระดาน ที่เจ้ามือเตรียมไว้ให้ และต้องวางเงินเดิมพัน ก่อนที่เจ้ามือจะแจกไพ่เท่านั้น หาก เจ้ามือแจกไพ่ไปแล้ว ผู้เล่น ไม่สามารถวางเงินเดิมพันได้ต่อ นอกจากรอรอบต่อไป

3.เมื่อทำการแจกไพ่ เจ้ามือจะจ่ายไพ่ให้ผู้เล่นก่อนเสมอ วนไป จนจบที่เจ้ามือ โดยที่ไพ่ของเจ้ามือจะคว่ำ1ใบ และหงาย1ใบ แต่จะจ่ายให้ผู้เล่น คนละ2ใบ โดยการแจกไพ่ให้ผู้เล่นนั้น ไพ่ ต้องคว่ำไว้เสมอ หากไพ่พลิกหงาย ต้องเล่นใหม่เท่านั้น

4.หากมีการตรวจไพ่แล้ว ผู้เล่นต้องการจั่วไพ่เพิ่ม สามารถเรียกจั่วได้เรื่อยๆ รวมทั้งเจ้ามือก็ต้องจั่วด้วย จนกว่าจะได้ผู้ชนะ แต่หากมีการจั่วแล้ว ผู้เล่นท่านไดได้ไพ่แต้มรวมนั้นเกิน 21 ถือว่า แพ้ทันที

5.การเล่น เกมส์ แบล็คแจ็ค เจ้ามือ สามรถเรียกไพ่ได้ถึง17แต้ม เป็นอย่างต่ำ ถ้าผู้เล่นท่านใด  มีแต้มน้อยกว่าเจ้ามือ หรือตั้งแต่แต้มที่ 16 ลงมา ถือว่าแพ้ทันที และถ้าหากมีไพ่เกิน 21 แต้ม ก็ถือว่าแพ้เหมือนกัน

6.แต่ในกรณีที่ผู้เล่นได้ 16 แต้ม และไม่ต้องการจั่วไพ่เพิ่ม หากต้องการชนะ เจ้ามือนั้น ต้องมีแต้มสูงกว่า 21 แต้มเท่านั้น ผู้ัเล่นถึงจะชนะได้

  • ไพ่ A จะมีค่าในการนับแต้ม 2 แบบ คือ แบบแรกหากได้ไพ่ A คู่กับ 10 J Q และ K นั้นจะนับแต้มเป็น 11 แต้ม ฉะนั้นหากได้คู่ดังกล่าวที่กล่าวมานั้น คุณก็จะเป็น แบล็คแจ็ค หรือเป็นผู้ชนะเลยทั้นที แบบที่ 2 คือ หากได้ A คู่กับ 2-9 นั้นก็จะนับแต้มเป็น 1 แต้มเท่านั้นเอง
  • หากได้ไพ่ 2 – 9 นั้นก็จะนับเป็นแต้มตัวเลขนั้นๆเลย
  • หากได้ไพ่ 10 J Q และ K ทั้ง 4 ใบนั้นก็จะนับแต้มเป็น 10 แต้ม

ส่วนการแยกไพ่นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ในตานั้นคุณได้ไพ่ 2 ใบเป็น AA หรือ 88 ซึ่งทางในคาสิโนออนไลน์นั้นก็จะแยกไพ่ให้คุณเลย 2 ขา แล้วให้คุณวางเดิมพันทั้ง 2 ขาไปพร้อมๆกัน แต่ถ้าหากเงินเดิมพันคุณไม่พอ คุณอาจต้องหมอบหรือยอมแพ้เลยในเกมส์ตานั้น

หลังจากที่คุณได้ไพ่คู่ AA คุณก็จะมีสิทธิ์จับไพ่เพิ่มอีกขาละ 1 ใบ แต่ถ้าได้ไพ่คู่ 88 คุณก็สามารถจะจั่วไพ่ได้เพิ่มอีกขาหรือไม่ก็ คุณสามารถจะจั่วไพ่จนกว่าจะได้แต้ม 21 แต้ม แต่ในกรณีเป็นไพ่คู่นั้นคุณสามารถจะเลือกนิ่งและพอใจกับแต้มที่คุณได้แล้วก็ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่มอีก

รูปแบบการแทงเกมแบล็คแจ็ค

ไพ่แบล็คแจ็ค

1. การเดิมพันแบบ Perfect Pair

เป็นการเดิมพันที่ใช้ใบไพ่น้อยที่สุด เพียงแค่ใช้ไพ่เพียงแค่2ใบ ก็ทำให้ท่านมีโอกาสชนะ แต่มีข้อแม้ว่า ไพ่2ใบของผู้ลงเดิมพันนั้นต้องเป็นเลขที่เหมือนกัน หรือการทายเป็นคู่ เช่น 4-4 , 8-8, J-J หรือ Q-Q เป็นต้น แต่การทายคู่นั้น แบ่งย่อยได้อีกแบบคือ

  • คู่เหมือน ที่ไพ่2ใบนั้นจะต้องมีเลขเดียวกัน และมีดอกเดียวกัน เช่น 3 โพแดงเหมือนกัน 2 ใบ จะ มีอัตราการในการจ่ายที่ 25:1 ทั้งนี้อัตราการจ่าย จะขึ้นอยู่กับโต้ะที่ลูกค้าเล่นด้วย
  • คู่สี การทายแบบคู่สี ใบไพ่ที่ลูกค้าได้ จะต้องมีสีเหมือนกันเท่านั้น แต่จะมีดอกที่ไม่เหมือนกันก็ได้ อัตราในการจ่าย เริ่มต้นที่ 12:1 ขึ้นอยู่กับโต๊ะที่เล่น
  • คู่ผสม เป็นการผสมของไพ่ที่มีดอกและสีต่างกันได้ แต่จำนวนแต้มนั้นต้องเท่ากัน มีอัตราการจ่ายเริ่มต้นที่ 6:1 ขึ้นอยู่กับโต๊ะที่เลือกเล่นด้วย

2.การวงาเดิมพันแบบ 21+3

มีอัตราในการจ่ายที่สูงมาก หากไพ่ในมือของผู้ลงเดิมพันนั้นออกผลเป็น ตองเหมือน, สเตรทฟลัช, ตอง, สเตรท, ฟลัช ดังนี้

  • ตองเหมือน คือผู้ลงเดิมพันต้องมีไพ่ในมือ3สามใบเหมือนกัน เช่น มีไพ่ 2 โพแดง3ใบ มีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 100:1 ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆด้วย
  • สเตรทฟลัช คือการที่ผู้ลงทุนได้ใบไพ่ เรียงลำดับกัน แต่ต้องมีไพ่ในดอกเดียวกันเท่านั้น เช่น 7 8 9 ข้าวหลามตัด มีอัตราการจ่าย 40:1 เท่า 
  • ตอง เป็นการได้ไพ่ ที่มีแต้มเหมือนกัน เช่น 5 5 5เท่านั้น  แต่สีและดอกนั้นต่างกันได้ มีอัตราการจ่าย 30:1 ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ
  •  
  • สเตรท คือการที่ผู้ลงทุนมีไพ่ในมือ ต้องมีแต้มที่เรียงตามลำดับกันเท่านั้น แต่มีดอกและสี ที่ต่างกัน เช่น 3โพแดง 4ข้าวหลามตัด 5 ดอกจิก มีอัตราการจ่ายที่ 10:1 
  • ฟลัช คือการที่ลูกค้านั้นต้องมีไพ่ในมือ เป็นสีและมีดอกเดียวกัน ก็สามารถได้รับรางวัลได้ เช่น 3ดอกจิก 6ดอกจิก 7ดอกจิก มีอัตราการจ่ายเป็น 5:1 

3.การเดิมพันแบบ Bet Behind

จะเป็นการเดิมพันแบบ การลงตามกับผู้เล่นท่านอื่น แต่ถ้าหากท่านเลือกเดิมพันในรูปแบบนี้แล้ว ท่านไม่สามารถบอกให้มีการจั่วเพิ่ม หรือหยุดจั่วได้ แต่ สามารถเลือกจำนวนเงินที่จะลงเดิมพันได้เอง

ท้ายบทความ 

ไพ่แบล็คแจ็ค

ไพ่แบล็คเจ็คนั้นถือว่ามีรูปแบบการแทงและการพลิกแพลงไพ่มากที่สุด ตัวผู้เล่นเองจะต้องมองเกมให้ออกและออกสูตรที่มีให้ไว เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะและกำไรที่งดงาม อีกทั้งยังสามรถเลือกห้องเล่น เลือกโต๊ะเล่น และเลือกแทงรูปแบบไหนก็ได้ตามเงื่อนไขนั่นเอง

อ่านข่าวสำคัญเพิ่มเติมได้ที่

ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

เกมไพ่แบล็คแจ็ค

วิธีดูราคาบอล